เกี่ยวกับ

 

โครงการสะพานเสียง โครงการสะพานเสียงมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างคนไทยและแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย และรณรงค์ให้เกิดการเสวนาสาธารณะในประเด็นเรื่องการคุ้มครองสิทธิแรงงานในวงกว้างอันจะนำไปสู่ความรู้และความเข้าใจอันดีเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ สะพานเสียงได้รับการสนับสนุนจากองค์การแรงงานระหว่าประเทศ (ILO) และองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆที่ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยและในภูมิภาค อาทิ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) และมูลนิธิศุภนิมิตสากล (WVI) องค์กรภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา

จากการศึกษาของไอแอลโอเกี่ยวกับทัศนคติของสาธารณะต่อแรงงานข้ามชาติพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความรู้ความเข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับความจำเป็นในการจ้างงานแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยและพบว่ามีการส่งเสริมและสนับสนุนด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติอย่างจำกัด ความเชื่อและความเข้าใจที่ผิดของสาธารณะชนอาจนำไปสู่การละเลยและความเป็นชายขอบ การเลือกปฏิบัติและความขัดแย้งในสังคมและในสถานประกอบการ ซึ่งจากผลการศึกษาในหลายประเทศพบว่าปัจจัยสำคัญในการปรับเปลี่ยนทัศนคติสาธารณะที่มีต่อแรงงานข้ามชาติคือการมีปฏิสัมพันธ์และการมีประสบการณ์ตรงกับแรงงานข้ามชาติแต่ไอแอลโอพบว่ามีเพียงร้อยละ 17 ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่รู้จักแรงงานข้ามชาติเป็นการส่วนตัว และส่วนใหญ่แล้วไม่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด เป็นการสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้นเป้าหมายอย่างหนึ่งของการจัดตั้งโครงการสะพานเสียงก็เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยและแรงงานข้ามชาติได้มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์ซึ่งกันและกันให้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้โครงการสะพานเสียงยังมีจุดมุ่งหมายจะลดอคติและความเข้าใจผิดของคนไทยทั่วไปที่มีต่อแรงงานข้ามชาติ เพราะจากการสำรวจพบว่ากว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าประเทศไทยไม่มีความต้องการแรงงานข้ามชาติในภาคการผลิตบางประเภทและแรงงานข้ามชาติไม่ได้สร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจไทยแต่อย่างใด ซึ่งในขณะที่การศึกษาของไอแอลโอและธนาคารโลกบ่งชี้ว่าแรงงานข้ามชาติมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในเชิงบวกโดย อาจกล่าวได้ว่าในหลายภาคการผลิตของประเทศยังคงต้องพึ่งพิงกำลังการผลิตจากแรงงานข้ามชาติอยู่

แม้ว่ากฎหมายแรงงานของประเทศไทยจะบัญญัติถึงสิทธิในการได้รับการการปฏิบัติที่เท่า-เทียมกันของแรงงานทุกคนรวมถึงแรงงานข้ามชาติแต่จากผลการสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบ สอบถามส่วนใหญ่มีความคิดว่าแรงงานข้ามชาติที่ทำงานแบบเดียวกับแรงงานไทยไม่ควรได้รับค่าจ้างและสภาพการทำงานเช่นเดียวกับแรงงานไทย ดังนั้นในการจัดตั้งโครงการสะพานเสียงขึ้นในครั้งนี้ หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องหวังว่าการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตลอดจนการทำกิจกรรมร่วมกันจะเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนทัศนคติ และความรู้สึกที่ดีต่อคนไทยและแรงงานข้ามชาติและนำไปสู่ประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมในระยะยาว